ชาวสวนทุเรียนอุตรดิตถ์-ระยองร้อง ถูกสวมสิทธิ์ส่งออก
เกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่อุตรดิตถ์ส่อแววเดือดร้อนหนัก หลังพบถูกสวมสิทธิ์เอกสาร ทำให้ส่งผลต่อการส่งออกทุเรียน
ช่วงนี้ทุเรียนเริ่มออกผลผลิต แต่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ส่อแววเดือดร้อนหนัก หลังพบว่า ถูกสวมสิทธิ์เอกสารรับรอง GAP ส่งผลให้เต็มโควตา ล้งชะลอซื้อ ระงับการส่งออก หวั่นราคาตกผลผลิตล้นตลาด
กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตำบลนานกกกที่มีเอกสารรับรอง GAP ต่างหอบเอกสารเพื่อขอให้ล้งช่วยตรวจสอบสิทธิ์ว่ายังคงใช้ได้ หรือถูกสวมสิทธิ์ไปแล้วหรือไม่
แต่ทางผู้ประกอบการไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ เนื่องจากได้ชะลอการรับซื้อเพื่อการส่งออก และการเช็กระบบจะทำได้กรณีเกษตรกรขายทุเรียนให้ผู้ประกอบการ ในขณะที่ล้งรับซื้อทุเรียนบางแห่งบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา ไม่พบคนงานออกมารอรับซื้อผลผลิตเหมือนเช่นทุก ๆ วัน
นางเสงี่ยม ก้อนแก้ว เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ม.5 ต.นานกกก กล่าวว่า ตนจัดเตรียมเอกสารทั้งฉบับภาษาไทยและอังกฤษ ได้สิทธิ์จำนวน 3 ไร่ หรือ 15 ตัน ได้รับเมื่อเดือน ก.ค. 2567 ยังไม่ได้ใช้แม่แต่ครั้งเดียว ตั้งใจจะใช้ฤดูกาลปี 2568
แต่เมื่อตรวจสิทธิ์ระบบแจ้งว่า “ปริมาณในระบบไม่เพียงพอกับปริมาณที่ขอ” หมายถึง เอกสารถูกนำไปใช้แล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ขายทุเรียน และชาวสวนทุเรียน อ.ลับแล ต่างเริ่มวิตกกังวล ว่าหากตัดทุเรียนหมอนทองในฤดูกาลนี้ GAP จะใช้ได้หรือไม่ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดเดือน มิ.ย. นี้เป็นจำนวนมาก
นายพาณิชย์ อินรงค์ (เฮียหลง) เจ้าของบริษัท ทุเรียนในตำนาน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตนเช่าพื้นที่ตลาดกลางผลไม้ ต.นานกกก เปิดล้งรับซื้อทุเรียนและเริ่มรับซื้อทุเรียนหมอนทองจากชาวสวน อ.ลับแล ล็อตแรก ประมาณ 100 ตัน หลังทำการคัด นำทุเรียน 60 ตันใส่ตู้คอนเทนเนอร์ 3 คัน เพื่อส่งออก ได้มีการตรวจเช็กหนังสือรับรอง GAP ของชาวสวนที่แนบให้กับผู้ประกอบการหลังซื้อขาย
ปรากฏว่า GAP ของชาวสวนถูกนำไปใช้เต็มระบบแล้ว เบื้องต้นจากที่ตรวจเช็ก พบชาวสวนทุเรียนลับแลที่นำผลผลิตมาขายที่ล้ง 27 คน พื้นที่กว่า 227 ไร่ รวมน้ำหนักทุเรียนกว่า 1,135,000 กก. ถูกสวมสิทธิ์ GAP
ในส่วนของผู้ประกอบการ เมื่อไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของสินค้าได้ ไม่สามารถส่งออกได้ เบื้องต้นต้องขอความช่วยเหลือไปยังเครือข่ายพ่อค้าแม่ค้าห้องเย็นที่รู้จักกัน ช่วยรับซื้อเป็นการจำหน่ายในประเทศ แม้ราคาที่ขายจะขาดทุน
เบื้องต้นทางล้งชะลอการรับซื้อเพื่อการส่งออกจนกว่าทุกอย่างจะชัดเจน แต่ยังรับซื้อที่จำหน่ายในประเทศ พร้อมแนะนำให้ชาวสวนแจ้งความที่ สภ. ไว้เป็นหลักฐาน
ขณะที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขต 2 กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่ามีชาวสวนทุเรียนจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางติดต่อเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ เรื่องของการสวมสิทธิ์ GAP แต่พบว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเช็กสิทธิ์ให้ได้
ด้าน นายอานนท์ มลิพันธ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ระบุว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบแก้ไข แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดต่อสื่อมวลชนได้
ส่วนที่ จ.ระยอง ก็พบว่าทุเรียนถูกสวมสิทธิ์เช่นกัน แต่เป็นการนำเข้าทุเรียนเวียดนาม แล้วนำมารีแพ็กสวมว่าเป็นทุเรียนไทยแล้วส่งออกไปขายที่ประเทศจีน
โดย นายพงศธร ศรเพชรนรินท์ สส.จังหวัดระยอง เขต 3 พรรคประชาชน นำหลักฐานไปมอบให้ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง หลังจากไปแจ้วความที่ สภ.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง วันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอให้กำชับ และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยทางท้องที่รับผิดชอบที่เกิดเหตุในการสอบสวบดำเนินคดีดังกล่าว
นายพงศธรเปิดเผยว่า เบื้องต้นตนไปแจ้งความดำเนินคดี ม.271 เป็นการหลอกลวงซึ่งถิ่นกำเนิดของสินค้า ซึ่งเป็นคดีอาญาถ้าเกิดสอบสวนได้ว่าเป็นการสวมสิทธิทุเรียน ซึ่งในวันนี้ตนได้นำเบาะแสเพิ่มเติมมามอบให้ทาง ผบก.ภ.จว.ระยอง เพื่อกำชับ และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยทางท้องที่รับผิดชอบที่เกิดเหตุในการสอบสวบดำเนินคดี
ต่อมานายพงศธร ได้เดินทางเข้าพบนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยื่นหนังสือเพื่อให้ตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้ หลังมีข้อสังเกตและจับพิรุธอยู่หลายเรื่อง เช่นพบการขนถ่ายทุเรียนแล้วนำไปส่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง และตั้งข้อสังเกตว่ามีการขนถ่ายทุเรียนมารีแพ็กทุเรียนเวียดนามเป็นทุเรียนไทยหรือไม่
เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครองอำเภอแกลง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปตรวจสอบโดยเฉพาะนำทุเรียนที่ตรวจยึดไว้ได้ในรถตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 คัน มาตรวจหาสารแคดเมียม และสาร BY2 หรือไม่
และตรวจสอบเอกสารการนำเข้ามาของทุเรียนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และส่งไปปลายทางอย่างไร ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวขอเอกสารสำแดงศุลกากรนำเข้า และส่งออกมาทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะมีการเร่งสรุป และจะดำเนินคดีทุกกระทงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งก็จะวางมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และเสนอกระทรวงเกษตร วางมาตรการหลังมีการอนุญาตให้มีการนำทุเรียนต่างชาติเข้ามาเป็นการกีดกันทุเรียนของเกษตรกรไทย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความเสียหายแก่ทุเรียนไทย เสียหายแน่นอนหากสวมสิทธิทุเรียนไทย ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบการรีแพ็กมีจริงหรือไม่ ถ้ามีจริงจะส่งผลเสียหายกับทุเรียนไทย คือ 1. ทุเรียนเวียดนามถูกตรวจสอบพบสาร BY2 และแคดเมียม ถูกส่งห้ามนำเข้าจีน และ 2.การเอาทุเรียนเวียดนามมาสวมสิทธิทุเรียนไทยส่งผลกระทบเรื่องราคาถูก ซึ่งทุเรียนไทยประสบอยู่ในขณะนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB